เครื่องมือช่างสามัญประจำบ้าน ซ่อมบำรุง การทำงานช่างหรืองานซ่อมแซมทั่วไปนั้น ต้องมี เครื่องมือช่างสามัญประจำบ้าน เล็กๆน้อยๆไว้ใช้สอยตามสถานการณ์ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้รักงาน ทั้งหลาย แต่เครื่องมือและอุปกรณ์ช่างก็มีมากมาย แล้วเราจะเลือกอย่างไรดี! วันนี้ขอแนะนำเครื่องมือและอุปกรณ์ช่างที่ควรมีติดบ้านไว้ โดยเลือกซื้อมาใช้เท่าที่จำเป็นเพื่อความคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่ต้องจ่ายไป

เครื่องมือช่างสามัญประจำบ้าน
1. สว่านไฟฟ้า เลือกรุ่นที่มีโหมดการเจาะทั่วไปและเจาะกระแทก เพราะใช้ได้กับงานเจาะได้ทุกประเภท (ไม้/เหล็ก/ ปูน) สามารถปรับทิศทางและรอบสูงต่ำการหมุนได้

2. สว่านไขควงไร้สาย พกพาสะดวกเพราะไม่มีสายไฟให้เกะกะ สามารถนำไปใช้นอกบ้านได้ เปลี่ยนเป็นดอกสว่านหรือหัวไขควงได้ง่าย เหมาะสำหรับงานที่ต้องเจาะขันหรือคลายสกรูเป็นจำนวนมากๆ

3. เครื่องตัด/เจีย บางคนเรียกว่า “ลูกหมู” ใช้ตัดเหล็ก ตัดหิน หรือเจียขอบกระเบื้อง โดยเลือกใช้ใบตัดหรือขัดให้เหมาะกับชิ้นงานแต่ละประเภท
ค้อนหงอน ใช้ตอกหรือถอนตะปู ด้ามจับหุ้มยางบางส่วนเพื่อให้กระชับมือ

4. ไขควง 5 ตัว/ชุด ใช้ขันหรือคลายสกรู มีให้เลือกทั้งไขควงปากแบนและหัวแฉก

ดอกสว่าน เลือกให้ถูก ใช้ให้เป็น

ดอกสว่าน เป็นอุปกรณ์อีกชิ้นหนึ่งของเครื่องมือช่าง ซึ่งทำหน้าที่กัดเจาะเนื้อวัสดุต่างๆออกมาเป็นรู เพื่อที่เราจะได้ตอกตะปู ใส่พุกเพื่อขันนอตหรือสกรูได้สะดวก โดยไม่ทำให้พื้นผิวของวัสดุเสียหายเนื่องจากการแตกร้าวของชิ้นงาน

ปัจจุบัน ดอกสว่าน มีให้เลือกใช้มากมายหลายขนาด ตามวัตถุประสงค์ของงานหรือวัสดุที่ต้องการเจาะรู ไม่ว่าจะเป็นไม้ เหล็ก ปูนหรืองานคอนกรีต ดังนั้นการเลือกซื้อดอกสว่านมาใช้งาน เราจึงต้องรู้ไว้ด้วยว่าจะนำดอกสว่านไปใช้กับงานอะไร สำหรับดอกสว่านเองนั้นก็ไม่สามารถจะเจาะวัสดุต่างๆ ได้เพียงลำพัง แต่จะต้องใช้งานควบคู่ไปกับสว่านเสมอ โดยตัวสว่านจะทำหน้าที่ยึดจับดอกสว่านไม่ให้สะบัดในขณะใช้งาน โดยมีให้เลือกใช้ทั้งแบบแมนนวลและแบบใช้ไฟฟ้า

1. ดอกสว่าน เจาะไม้ ลักษณะปลายดอกจะคล้ายหางปลา เป็นดอกว่านที่ใช้สำหรับเจาะไม้ที่มีขนาดไม่กว้างนัก โดยขนาดที่นิยมใช้กันทั่วไปก็คือ ขนาด 5,6 หรือ 8 มิลลิเมตร อาทิ ใช้เจาะรูเพื่อใส่บานพับประตู หน้าต่าง หรือเจาะรูเพื่อร้อยสายไฟต่างๆ

2. ดอกสว่านเจาะเหล็ก ลักษณะของดอกสว่านเป็นเกลียวตัดตลอดดอก ปลายดอกแหลมเป็นพิเศษ ใช้สำหรับจิกชิ้นงาน ดังนั้นดอกสว่านชนิดนี้ จึงสามารถนำมาใช้เจาะชิ้นงานที่เป็นไม้หรือโลหะทั่วไป รวมถึงพลาสติกได้อีกด้วย แต่หากจะใช้ดอกสว่านเจาะเหล็กที่มีความหนามากๆ ควรเลือกดอกสว่านแบบไฮสปีด (High Speed Steel) ซึ่งผ่านการชุบแข็งที่ปลายดอกสว่าน โดยทำงานได้อย่างรวดเร็ว และมีอายุการใช้งานยาวนานยิ่งขึ้น

3. ดอกสว่านเจาะปูนหรือคอนกรีต ลักษณะของดอกสว่านเป็นเกลียวบิด ส่วนปลายดอกเป็นเหล็กชุบแข็งพิเศษ เพื่อช่วยรองรับแรงกระแทกจากการใช้งาน เหมาะสำหรับการเจาะปูน ซีเมนต์บล็อก หรืออิฐมอญ ฯลฯ

ก่อนการเจาะรูทุกครั้ง หากปลายดอกสว่านไม่คมหรือชิ้นงานชิ้นนั้นต้องการความแม่นยำสูง เราก็ควรใช้เหล็กนำศูนย์ตอกนำเสียก่อนตรงตำแหน่งที่จะเจาะรู (ตอกให้เป็นรอยบุ๋มเล็กๆ) เพื่อช่วยให้ปลายดอกสว่าน สามารถกินเนื้องานตรงกับจุดที่เราต้องการ ที่สำคัญจะต้องยึดชิ้นงานให้ติดแน่นอยู่กับที่ด้วย
ควรขันดอกสว่านให้แน่นทุกครั้งก่อนการใช้งาน เพราะถ้าดอกสว่านหลวมอาจทำให้หลุดกระเด็นออกมาได้ และเมื่อขันจนแน่นดีแล้ว ลองเปิดสวิตช์ให้สว่านหมุน เพื่อดูว่าปลายดอกสว่านหมุนแกว่งหรือไม่ ถ้าเราเห็นว่าดอกสว่านแกว่งไปมา(เสียศูนย์) ให้คลายดอกสว่านออกแล้วขันเข้าไปใหม่
ควรสวมแว่นตานิรภัยเพื่อป้องกันผงฝุ่นที่เกิดจากการเจาะ รวมทั้งเศษวัสดุต่างๆจากชิ้นงานซึ่งอาจกระเด็นมาเข้าตาได้ และควรแต่งกายให้รัดกุม เสื้อแขนยาวไม่ควรใส่ รวมถึงนาฬิกาด้วย เพราะอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ และเมื่อเลิกใช้งานแล้วให้ถอดดอกสว่านออกมาเพื่อทำความสะอาดก่อนนำไปเก็บเข้าที่